ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบ
posted on 22 May 2008 21:59 by baszza in Bas
ทริปการเดินทางที่ผ่านมายังไม่จบ กรุงเทพฯ-เชียงราย วันนี้มีต่อ
การเดินทางวันที่ 17 พ.ค. 51
เช้าวันนี้ตื่นเกือบๆ เที่ยง แล้วก็พาตุลย์ไปหาไรกิน มื้อนี้นำเสนอขนมจีนน้ำเงี้ยวเลยพาไปร้านประจำ
เพราะตอนที่อยู่มอมาร้านนี้ทีไรต้องสั่งกินทุกครั้ง พอกินเสร็จเรียบร้อยก็พาตุลย์ทัวร์มหา'ลัยต่อจากเมื่อวาน
พาทัวร์ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร เป็นที่แรก
แล้วก็เดินต่อไปยังสถาบันขงจื้อ ที่อยู่ติดกับศูนย์จีน
ดูแม่คุณสิ ไปเลียนแบบท่าของท่านขงจื้ออีกด้วย เห็นออกยูงทองก็เก็บมาทัดหูซะงั้น (บ้าไปเลย)
จากนั้นพาไปเขื่อนหลังมอ ไปดูวิวชมป่า ชมเขา ที่มอชอเค้ามีอ่างแก้ว แต่มฟล.มีเขื่อนเก็บน้ำ
ถ่ายรูปสักพัก ก็เลยพาไปเช็คอินที่ วนาศรม เป็นรีสอร์ทแอนด์สปา ภายในมหา'ลัย
คืนนี้เรามานอนกันที่ วนาศรม ที่ใครๆ ต่างใฝ่ฝันจะมานอน ก่ากกกกกกกกก
ที่วนาศรมเป็นรีสอร์ทแอนด์สปา อยู่ท่ามกลางหุบเขา บรรยากาศดีชะมัด ตื่นเช้ามามีหมองด้วย
ตกเย็นนิดหน่อยก็ออกจากที่พัก บึ่งรถเข้าเมืองเชียงราย
ไปไหว้อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายขอพรสักหน่อย
แวะกินสเต็กลุงหนวด ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีแรงเดินช้อป
มาถึงไนท์เชียงราย เห็นร้านขายทาโกยากิทะเล กับ ห่อหมก ก็เลยซื้อ เดินไปกินไป
รสห่อหมกอร่อยดี
เดินผ่านร้านขายผลไม้ เห็นลูกคล้ายๆ ลิ้นจี่ เหลือบไปเห็นป้ายบอกว่า ลิ้นจี่ป่า เลยลองซื้อมากิน
รสชาติมันเปรี้ยวๆ หวานๆ กินไปนานๆ ก็จะรู้สึกว่าหวาน ที่สำคัญมันแปลกดี
ถ้าส่งมาขาย กทม. คงขายได้มากว่ามัดละ 10 บาทแน่เลย ซื้อมา 1 มัด
แต่กินได้ถึง 7 คน สงสัยอ่าดิว่าทำไมกินได้ 7 คนทั้งๆ ที่มากัน 2 คน
ก็ตอนไปนั่งกินอะไรไปเรื่อยตรงลานเบียร์ที่ไนท์ เห็นเด็กขายดอกไม้ ก็เลยถามว่า
กินมั้ยเลยแบ่งให้ไปกิน อิเด็กคนแรกบอกว่ากินส่งให้ไปหลายลูกแต่มักน้อยเอาแค่ลูกเดียว
แต่พอสักพักเดินย้อนกลับมากลับเพื่อนถามว่ากินอีกมั้ย สรุปเอาคราวนี้เอามากกว่าลูกเดียวเสียอีก
ตาลุงที่ขายอาหารอยุ่ก็เดินเข้ามาถามว่าไปซื้อแถวไหนมา ผมเลยใจดีเลยแบ่งให้แก่
แต่แกบอกว่าลุงเอาแก่น (ลูก) เดียวพอ แล้วลุงแกก็ชวนคุยไปเรื่อย จนแกลืมไปเลยมั้งว่าแกมาขายของ
จับจ่ายซื้อของ ตุลย์แกหมดเงินไปหลายร้อย นี่ขนาดยังไม่ได้ไปถึงถนนคนเดินนะเนี่ย
ซื้อทั้งของฝากเพื่อน ของใช้เอง ตุลย์แกถูกใจกระเป๋าลายม้าลายเหลือ 2 ใบสุดท้าย
ตุลย์แกบอกว่ามันเข้ากับรองเท้าลายมาลายที่ ตุลย์แกใส่มามันก็เลยซื้อ ซะงั้นนะแก
เดินผ่านร้านไอ้แป้นแห่งเอ็กทีน ก็แวะซื้อตุ๊กตาฝากอิเตยกับโปร์การ์ด
ก่อนที่จะบึ่งมอ'ไซค์กลับเข้าที่พัก
วันนี้มาช้อปที่ไนท์เชียงราย วันพูกจะไปเชียงใหม่ เพื่อจะไปเดินถนนคนเดินกันเจ้า
งานนี้เรียกว่าช้อปกันข้ามจังหวัดเลยพี่น้อง
เด๋วคราวหน้ามาต่อใหม่แล้วกัน ทริปนี้ยังไม่จบ :)
ปัญหา : ที่ยังไม่มีทางออก
ผมไม่รู้จะไปพูด ไปบอก ไปเล่าให้ใครฟัง ถ้าถามว่ามันหนักใจมั้ย ตอนนี้คิดว่าหนักใจมาก
ถามว่าเครียดด้วยมั้ย ก็คงเครียดอยู่ด้วย ผมพยายามที่จะไม่คิดถึงมัน แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
หนักใจ อึดอัด เหมือนแบกไว้คนเดียว ขนาดที่บ้านยังไม่กล้าพูดกับใครเลย
เพราะไม่รู้ว่าที่บ้านจะคิดยังไง กลัวทำให้หนักใจไปเปล่าๆ ผมเหมือนต้องการหาคนที่รับฟัง
แต่จะมีใครที่อยากจะมาฟังเพราะมันคงไปหนักใจคนรับฟังอยู่ไม่น้อย
คิดอยากจะมาระบายในนี้ก็ใช่ที่ เพราะเรื่องนี้มัรส่วนตัวเกินที่สามารถจะบอกใครต่อใครได้
แค่เพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมพร่ำเขียนอยู่ทุกวันนี้มันยังเป็นภัยให้กับตัวผมเองเลย
ผมไม่สามารถที่จะไปโทษใครได้ เป็นเพราะผมเลือกที่จะทำมัน ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงนะ
เค้าจะหวังดี หรือหวังร้ายต่อตัวผม แต่ผมก็พยามยามจะไม่ไปคิดถึงมัน เพราะผมบอกแล้วไงผมเลือกเอง
แต่ในบางครั้งผมก็ต้องการหาที่ระบายออกมันมาบ้าง เพราะถ้ามันอยู่ข้างในมากเกินที่จะทนได้
เมื่อถึงเวลานั้นผมอาจะบ้าก็ได้ เพราะโดนส่วนตัวผมเป็นคนคิดมากอยู่แล้วและอยากที่จะลืมมันได้
ไม่รู้ว่าผมต้องแบกปัญหาอะไรแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ผมเปรียบเสมือนเป็นตัวกลาง
บางครั้งผมทำใจที่จะลืมมัน ไม่คิดถึงเรื่องเหล่านี้ แต่มันก็นะ.....อย่างที่ว่า
ผมมองดูภายนอกอาจจะสดใส ร่าเริง ไปวันๆ แต่ภายในลึกๆ เต็มไปด้วยความอ่อนแอ เศร้าตลอด
หลายคนคงอาจเป็นแบบผมที่เวลาออกสู่สังคมภายในนอกต้องฝืนใจยิ้ม ทั้งๆ ที่ต้องนั้นอาจยิ้มไม่ออก
หัวเราะไม่ได้ แต่ทำไงได้ สิ่งที่ทำอยู่เหมือนมันหลอกตัวเองอยู่ทุกวัน
คำถามมากมายที่เกิดขึ้นในหัวผมตอนนี้มีมาก แต่ก็ไม่สามารถจะถามใครได้
เพราะสิ่งที่ถามและได้รับตอบมามันจะเป็นเช่นไร มันอาจจะเป็นภัยให้กับผมก็ได้
แต่หวังเพียงหาที่ระบาย หาคนที่จะคอยทนรับฟังปัญหาของผมได้
สอน : ไม่ได้ก็ไม่สอน
ไม่เข้าใจว่าเด็กสมัยนี้จะเป้นแบบนี้กันหมดทุกคนเลยรึไง วันนี้คุยกับอาโก
อาโกชี้แนะแนวทางให้ แต่พอมาสอนคนอื่นบ้าง (น้องผม) แต่ทำไมไม่ยักฟังผมบ้าง
ตามใจแล้วกันเลือกที่จะดำเนินชีวิตเป็นแบบนี้ ถ้าใจคอไม่คิดจะสงสารคนรอบข้างบ้าง
อย่าเลือกเอาแต่ความสบายมาใส่ตัวเอง โดยไม่คิดว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร
ถ้าถึงวันนั้นแล้วไม่ต้องมาถามหาแล้วกันไอ้ความเป้นพี่เป็นน้อง ในเมื่อตอนนี้ผมสอนไม่ได้ก็จะไม่สอนแล้ว
อยากทำอะไรก็เชิญ แต่สงสารคนที่เค้ายังรักเอ็งบ้าง พยายามอย่าเอานิสัยแบบนั้นมาใช้กับกู
ถ้าถึงตอนนั้นคิดได้มันสายเกินไปแล้ว โปรดรู้ไว้ด้วย กูรู้ว่าที่บ้านเค้าสปอยเมิงมากเกินไป
กูไม่เคยคิดที่จะอิจฉาเมิงแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ได้น้อยใจด้วย แต่กูผ่านอะไรมาเยอะพอมากกว่าเมิง
เพราะกูทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ทำไมเมิงทำไม่ได้ กูแค่อยากรู้ กูเข้าใจว่าเป็นพี่คนโต
แต่ในเมื่อเมิงเป็นน้องกูก็อย่ามาหยิ่งกับกูให้มาก กูไม่สนใจว่าจะเคารพกูหรือไม่
จะเรียกกูด้วยไม่มีคำนำหน้ากูก็ไม่เคยว่า แต่กูไม่เอาเมิงแน่ถ้าวันนั้นมาถึง
เพราะเมื่อวันนี้บอกแล้วเมิงไม่ฟังกู ตามใจเมิงแล้วกัน
พวงหรีด : งานศพ
อาโกโทร.มาหาช่วงบ่าย มีเรื่องรบกวนว่าให้ไปสั่งพวงหรีดให้อาโกหน่อย
เพราตอนนี้อาโกอยู่ต่างจังหวัด ผมก็เลยจัดให้ เรื่องแค่นี้สบายมาก
ดีหน่อยที่ไม่ต้องไปส่งพวงหรีดเองที่งาน ก่ากกกกกกก
ทีแรกโทร.หาเพื่อนว่าที่ไหนมีร้านจัดพวงหรีดบ้าง เพื่อนมันก็เสือกถามมาได้จะเอาไปให้ใคร
พวงหรีดนะเมิงไม่ใช่กระเช้าดอกไม้ยังจะมาถามผมอีก เวนกำเพื่อนกู
ปล.(ปลาเล็กๆ)
- วันนี้เป็นแบบนี้ แต่วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรไม่มีใครบอกผมได้
- เครียดหลายๆ เรื่อง แต่จะมีใครบ้างมั้ยที่จะพอเป็นเพื่อนคุยให้ผมสนุกได้บ้าง
- ต้นเดือนหน้ามีสอบ หนังสือยังไม่ได้แตะเลยพี่น้อง แถมมีเรื่องให้ขุ่นคิดอีก กำของกูแท้ๆ
ฝากฝน ฝนลม ฝากฟ้า ว่าคิดถึงเทอ
ขออนุญาตปิดคอมเม้นท์นะคับ